คู่มือวัดสร้างสุข (5ส ภาคประชาชน)
โดย : อนุวรรตน์ ศิลาเรืองอำไพ ฐิติ บุญประกอบ วิบูลย์ ภัทรกิจจานนท์ อภิชาติ ยิ้มแสง วรจักร จองศักดิ์

<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โครงการวัดสร้างสุข เป็นโครงการริเริ่มจากสำนักกองทุนสร้างสุขภาพ หรือ สสส. ร่วมมือกับ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) หรือ ส.ส.ท.&nbsp; &nbsp;เป็นโครงการเชิงปฏิบัติจริง&nbsp; มีระยะประมาณ 5 ปี&nbsp; เพื่อสร้างกลไกการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมประเทศไทยให้มีวินัย&nbsp; จนสามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยตนเอง&nbsp;&nbsp; แนวคิดมาจากการที่ชาวญี่ปุ่นมีข้อดีเรื่องหนึ่ง คือ วัฒนธรรมของคนในประเทศที่มีวินัยสูง ไม่ว่าจะเกิดภาวะวิกฤตอย่างไร&nbsp; ประชาชนก็ยังคงมีจิตใจที่รักความมีวินัยเคารพสิทธิของกันและกันอย่างเคร่งครัด&nbsp; และได้ทำอย่างออกมาโดยอัตโนมัติ กลายเป็นวัฒนธรรมของคนในประเทศ&nbsp; จะเห็นเป็นตัวอย่างชัดเจนในการปฏิบัติตามกฎจราจร ถึงแม้ท้องถนนจะไม่มีรถ แต่คนข้ามถนนก็รอจนไฟเขียวถึงเดินข้าม</p> <p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ประเทศไทยมีวัฒนธรรมที่ดีหลายเรื่อง&nbsp; การเป็นสยามเมืองยิ้ม&nbsp; การคิดสร้างสรรค์ไม่ติดกรอบอิสระเสรีในความคิด จึงทำให้คนบางกลุ่ม ผสมปนเปความคิดกับการกระทำ&nbsp; กลายเป็นการกระทำที่อิสระเสรี&nbsp; เป็นเหตุให้เกินพอดี &nbsp;&nbsp;ทำให้การปฏิบัติตัวอิสระเสรีทำตามใจตัวเองเป็นใหญ่&nbsp; เป็นเหตุให้เกิดการละเมิดสิทธิผู้อื่น&nbsp; ขาดความเกรงใจ&nbsp; ดังนั้น การรบกวนผู้อื่นจึงเกิดขึ้น&nbsp; ทำความรำคาญ&nbsp; ความเดือดร้อน&nbsp; ละเมิดสิทธิ การขอให้คนอื่นช่วยเหลือตนเองจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาปกติ&nbsp;&nbsp; หยิบยืมของผู้อื่นใช้จนกลายเป็นของตนเอง&nbsp; หนักเข้าก็ยืมเงินทองแล้วไม่คิดจะใช้คืน&nbsp; &nbsp;&nbsp;ส่งผลให้เกิดความคุ้นชินที่จะมองตนเป็นใหญ่ หรือ &ldquo;อัตตาธิปไตย&rdquo; ในมุมมองที่เป็นลบ &nbsp;แต่ไม่ใช้มุมมองที่เป็นบวก &ldquo;พึ่งพาตนเอง อัตตาหิ อัตตาโนนาโถ&rdquo; เพราะเหนื่อย ลำบาก แต่จะให้คนอื่นมาทำประโยชน์ให้ตนเอง แต่ถ้าเราทำเอง คำถามที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ คือ &ldquo;ทำแล้วฉันจะได้อะไร&rdquo; &ldquo;มีงบไหม&rdquo; &ldquo;อนุมัติหรือยัง&rdquo;&nbsp; จะหา &ldquo;จิตอาสา&rdquo; ทำโดยไม่หวังผลตอบแทน เป็นสิ่งที่หาได้ยากในสังคมปัจจุบัน&nbsp; ส่วนใหญ่เป็นพวก &ldquo;ทำแล้ว ถ่ายรูป&rdquo;&nbsp; ต้องลงหนังสือพิมพ์ ออกสื่อมวลชน บันทึกชื่อ จารึกชื่อไว้&nbsp; บางครั้งทำบุญสร้างพระในอุโบสถ ก็ต้องจารึกชื่อไว้ที่ฐานพระ กลัวจะไม่ได้บุญ แต่ไม่ได้คิดว่า เวลาพระมากราบไหว้พระพุทธรูป จะกราบชื่อเราด้วย เหมาะสมไหม ทำบุญได้บาป &nbsp;&nbsp;เมื่อการ คิดผิด ตั้งคำถามผิด เริ่มต้นผิด พฤติกรรมต่อเนื่องจึงคำนึงประโยชน์ส่วนตนจนกลายเป็น&nbsp; &ldquo;ความเห็นแก่ตัว&rdquo;&nbsp; ความรู้สึกที่เห็นประโยชน์กับผู้อื่น สังคม ประเทศชาติ จะเป็นเป้าหมายที่ด้อยลงไป&nbsp;&nbsp; ความคิดถูก เห็นถูก ปฏิบัติถูก ในแนว &ldquo;ธรรมาธิปไตย&rdquo;&nbsp; จึงถูกลืม&nbsp; ประกอบกับการปกครองเน้นเสียงข้างมาก&nbsp; &ldquo;ประชาธิปไตย&rdquo;&nbsp;&nbsp; คนไทยในประเทศส่วนใหญ่มีลักษณะเน้นอัตตาเป็นส่วนใหญ่&nbsp; จึงเน้นประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก&nbsp; เรียกร้องให้ผู้อื่นช่วยเหลือตนเอง&nbsp; ให้ประโยชน์ตนเอง เป็นหลัก&nbsp; ผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่ก็ถูกเลือกจากเสียงส่วนใหญ่ที่เน้นอัตตา &nbsp;จึงเกิดบรรยากาศในประเทศที่ใคร กลุ่มใด มีโอกาส มีอำนาจ จะแสวงหาประโยชน์เข้าตัวเอง &nbsp;กลุ่มพวกพ้องตนเอง เกิดภาวะปฏิบัติไม่เท่าเทียม ความเจริญจึงกระจุกตัวเป็นกลุ่ม &nbsp;การตั้งโจทย์จากส่วนรวม ประเทศ แล้วค่อยมาส่วนตัว เพื่อให้ได้ประโยชน์ร่วมกันจึงถูกมองข้าม&nbsp; จนความสามารถในการช่วยตนเองน้อยลง&nbsp; อยากได้ อยากเสพ แต่ไม่อยากทำ&nbsp; ต้องการอะไรที่ได้มาโดยง่าย&nbsp; เริ่มตั้งแต่วัยเรียน ไม่ต้องการเสียเวลาเรียน ขี้เกียจอ่านหนังสือ ทำการบ้าน เลยใช้วิธีการติว บอกสูตร คณิตคิดลัด ที่มาที่ไปไม่เอา จนกลายเป็นว่า เลขง่าย ๆ ปัจจุบัน บวก ลบ คูณ หาร ไม่เป็น บางครั้ง 2+2 ก็คว้าเครื่องคิดเลขมาจิ้ม เพราะ คิดไม่เป็น เร็วกว่า สมองเป็นสมองมือหนึ่ง เพราะ สมองไม่เคยได้ใช้&nbsp; การศึกษาจึงเน้นการจำ มากว่าการฝึกให้คิด วิเคราะห์ ความเป็นเหตุเป็นผล เริ่มลอกการบ้าน&nbsp; ทุจริตเล็ก ๆ น้อย ๆ&nbsp; ต้องการวิธีการที่ลัดสั้น&nbsp; เป็นแรงผลักดันให้ติดเป็นนิสัย กลายเป็นค่านิยมคอรัปชั่น ยัดเงินใต้โต๊ะเพื่อลัดคิว &nbsp;อนุมัติผ่านทั้งที่ผิดกฎหมาย กลายเป็นว่า &ldquo;เงิน&rdquo; เป็นคำตอบสุดท้าย เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการโดยง่าย สนองความต้องการตนเองเป็นหลัก</p> <p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ปัจจุบันสังคมไทยจะใช้ &ldquo;เงิน&rdquo; เป็นตัวแก้ปัญหาจนเคยชิน&nbsp;&nbsp; ด้านความรู้สึกด้านจิตใจจึงถูกลืม&nbsp; พ่อแม่จะต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งมีมาตรฐานชีวิตที่สูง &nbsp;มีแต่ความสบายแต่ไร้ความสุข&nbsp; ต้องมีรถ มีบ้าน มีคอนโดหรู&nbsp; ลูกต้องเรียนโรงเรียนอินเตอร์&nbsp; จบจากเมืองนอก&nbsp; เลยต้องหาเงินทั้งพ่อและแม่เพื่อเพียงพอต่อค่าใช้จ่าย&nbsp; เลยไม่มีเวลาเลี้ยงดูแลลูก&nbsp; แก้ปัญหาโดยใช้เงินดูแลแทน&nbsp; เด็กรุ่นใหม่บางคนจึงอยู่กับเงินหรือสิ่งของที่พ่อแม่ได้หาไว้ให้ เช่น Smart Phone &nbsp;&nbsp;หรือ Tablet เป็นต้น&nbsp; สิ่งที่เห็นจึงกลายเป็นว่า พฤติกรรมคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะติด Chat&nbsp; เสียเป็นส่วนใหญ่ &nbsp;ก้มหน้า ก้มตา จิ้มโทรศัพท์ หูก็มีหูฟังอุดไว้&nbsp; บางคนติด Bluetooth ไว้ที่หู ดูเหมือนคนพิการทางหู ต้องใช้เครื่องช่วยฟัง เวลาเดินข้ามถนน ทางรถไฟ จึงไม่ระวัง จนเกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ &nbsp;จ้องแต่ Line ในโทรศัพท์โดยไม่สนใจคนรอบข้าง&nbsp; แม้แต่เวลาทำงาน&nbsp; ไม่คุยกับลูกค้าที่อยู่ข้างหน้า แต่คุยกับคนในโทรศัพท์ พ่อ แม่ อยู่บ้านเห็นหน้าเห็นตาไม่คุย แต่คุยกับเพื่อนที่ไม่เห็นหน้าทางโทรศัพท์เป็นชั่วโมง บางคนคุยจนหลับ&nbsp; สักวันหนึ่งถ้าท่านเสียไป ถึงตอนนั้นก็เสียใจ ทำไมไม่ใช้เวลาตอนอยู่กับท่านไม่ใช้เวลากับท่านให้เต็มที่ &nbsp;ทุกวันนี้ Smart Phone Tablet&nbsp; เป็นของจำเป็น รวมมูลค่าในตัวเกือบครึ่งแสน ทั้งที่ยังหาเงินไม่ได้สักบาท&nbsp; กลายเป็นสิ่งที่แสดงฐานะ ความทันสมัย&nbsp; ทั้งที่ใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์เหล่านี้น้อยไม่คุ้มค่า เล่นเกมส์&nbsp; ดูหนัง ฟังเพลง เป็นส่วนใหญ่&nbsp; ความสัมพันธ์ทางจิตใจ และสังคมระหว่างครอบครัว เพื่อนฝูง จึงเริ่มทดถอย หายไป &nbsp;ยิ่งเน้นการเป็นอัตตามากขึ้น&nbsp; จนเปลี่ยนจาก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เป็น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยเงิน&nbsp;&nbsp;</p> <p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จะเห็นว่าต้นเหตุมาจากคำว่า &ldquo;วินัย&rdquo; การเคารพกติกา&nbsp; เคารพสิทธิผู้อื่น&nbsp;&nbsp;&nbsp; การขาดวินัยเป็นต้นเหตุปัญหา &nbsp;ไม่แบ่งแยกเวลา โดยเฉพาะ ค่านิยม ไม่รักษาเวลา มาสายเป็นประจำ&nbsp; หากคนไทยยังรักษาเวลาไม่ได้ อย่างอื่นคงไม่ต้องพูดถึง &nbsp;&nbsp;รถไฟในญี่ปุ่นทั้งประเทศ สถิติมาช้ากว่ากำหนดทั้งปี รวมแล้วในหลักนาที&nbsp;&nbsp; แต่ถ้าเป็นของไทย ทั้งปีรวมแล้วคงจะหลายเดือน</p> <p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; คนไทยมีลักษณะดื้อเหมือนแมว&nbsp; ถ้าดึงหางเข้าหาตัวเรา แมวจะขืนตัวไปข้างหน้า&nbsp; ถ้าผลักไสให้ออกไป จะดันตัวเข้าหา เป็นลักษณะของแมว&nbsp; การสอนบอกกล่าวให้มีวินัยตรงๆ&nbsp; ก็จะดื้อไม่ทำ&nbsp; ที่เห็นได้ชัด คือ กฎหมายจราจรมีไว้ให้ละเมิด&nbsp; ให้ไปซ้ายก็จะไปขวา&nbsp; ให้ไปขวาก็จะไปซ้าย &nbsp;ย้อนศรเป็นประจำแม้เป็นรถเก๋ง&nbsp; ห้ามเลี้ยวก็จะเลี้ยว&nbsp; ให้ใส่หมวกนิรภัยก็จะไม่ใส่&nbsp; แขวนไว้ หรือกอดไว้ พอเจอด่านตำรวจจะรีบใส่&nbsp;&nbsp;&nbsp; แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังคงนับถือศาสนาพุทธ&nbsp;&nbsp; พระส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติตามหลักพระวินัยยังมีจำนวนมาก และเป็นที่พึ่งทางใจของคนไทย&nbsp; ยังเชื่อฟัง เคารพในตัวพระสงฆ์&nbsp;&nbsp; <strong>กลยุทธ์ที่ง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน คือ ให้วัดเป็นศูนย์กลางในการสร้างวัฒนธรรม &ldquo;มีวินัย&rdquo; ให้คนไทยอย่างแยบยล</strong>&nbsp; เพราะ คนไทยนิยมเข้าวัดทำบุญ&nbsp; แต่ไม่ละชั่ว ยังกินเหล้า เล่นการพนัน&nbsp; แทงหวย&nbsp; ติดอบายมุข เหมือนไม่ชอบอาบน้ำ แต่ชอบใส่เสื้อผ้าใหม่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การทำบุญคนไทยจะนิยมทำสังฆทาน&nbsp; ซื้อชุดสังฆทานที่ทางวัดเตรียมไว้ เป็นลักษณะวนใช้&nbsp;&nbsp; ดอกไม้ก็วนใช้&nbsp; ถ้าธูป เทียน วนใช้ได้ก็จะวนใช้&nbsp; อีกหน่อยคงจะมีแต่ ธูป เทียน ไฟฟ้า ไม่ต้องจุด&nbsp; โดยทำบุญหยอดเงินเป็นค่าถังสังฆทาน ธูปเทียน และดอกไม้ ซึ่งถังสังฆทาน ดอกไม้ เคยถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปแล้ว&nbsp; แต่เอาคืนแล้วถวายให้ใหม่ โดยที่ไม่ทราบว่าพระองค์จะอนุญาตหรือไม่&nbsp;&nbsp; เป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันจนกลืนเป็นวัฒนธรรมไทยไปแล้วในปัจจุบัน&nbsp; โดยไม่ได้คิดใคร่ครวญความละเอียดทางจิตใจว่าสมควรหรือไม่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p> <p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) &nbsp;จึงได้มีความคิด &ldquo;เปลี่ยน&rdquo; วัฒนธรรมไทยในการทำบุญใหม่ เป็นการใช้เครื่องมือบริหารอุตสาหกรรม &ldquo;5ส&rdquo; เป็นกลไกในการเปลี่ยนให้คนไทยทำบุญด้วย &ldquo;แรงใจ&rdquo; มากกว่า &ldquo;แรงเงิน&rdquo;&nbsp; จากสังคม &ldquo;ทุนนิยม&rdquo;&nbsp; เป็นสังคม &ldquo;บุญนิยม&rdquo; อย่างแท้จริง&nbsp;&nbsp; โดยถวายความรู้ด้าน 5ส แก่พระสงฆ์ เพื่อให้พระคุณเจ้าเป็นผู้นำบุญ&nbsp; เทศน์ 5ส สู่ประชาชน ชักชวนให้เข้าไปพัฒนาวัด&nbsp; ด้วยแรงกาย &nbsp;การทำความสะอาดวัด&nbsp; จัดระบบการจราจรของวัด&nbsp; การทำความสะอาดห้องน้ำวัด&nbsp; การจัดระบบการเบิกของใช้ในวัด &nbsp;การจัดเก็บของใช้ของสงฆ์&nbsp; การสร้างบรรยากาศในวัดให้เป็นที่สัปปายะ&nbsp; <strong>ให้ญาติโยมได้สัมผัสความสะอาด สว่าง สงบ ทางจิตใจในขณะพัฒนาวัด&nbsp; ได้คิดพิจารณาฝึกจิต โดยใช้หลัก </strong><strong>5ส&nbsp; และจะติดเป็นนิสัยคนไทยไปใช้ในบ้าน ครอบครับ สังคมประเทศชาติ&nbsp; เกิดกระแสนิยมในทางที่ถูก </strong>&nbsp;ซึ่ง 5ส มี 5 ข้อ ง่าย ๆ ดังนี้</p> <ol> <li style="text-align: justify;">สะสาง</li> <li style="text-align: justify;">สะดวก</li> <li style="text-align: justify;">สะอาด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</li> <li style="text-align: justify;">สร้างมาตรฐาน</li> <li style="text-align: justify;">สร้างวินัย</li> </ol> <p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ถ้าพิจารณาที่เป็นกลไกขับเคลื่อนคือ ข้อ 1-3 &nbsp;สำหรับข้อ 4 และ 5 จะเกิดขึ้นทางจิต หรือ เปลี่ยนนิสัย พฤติกรรมคน เมื่อทำข้อ 1-3 จนเข้าเป็นนิสัย หรือ วัฒนธรรม นั่นเอง&nbsp;</p> <p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เป้าหมายการทำ 5ส ส.ส.ท. จะเริ่มดำเนินการสำรวจวัดตัวอย่างที่ดีในประเทศไทยเพื่อเป็นต้นแบบ&nbsp; ในการนี้ได้ทำการสำรวจแล้วหลายวัด เช่น วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก&nbsp; วัดปทุมวนาราม วัดปัญญานันทาราม และที่เป็นต้นแบบได้สมบูรณ์ คือ วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์) จังหวัดสระบุรี &nbsp;&nbsp;หลังจากนั้น &nbsp;ถวายความรู้แด่พระสงฆ์&nbsp; สามเณร พระสังฆาธิการ&nbsp; และได้อบรมผู้นำ 5ส แก่ผู้ที่มีจิตอาสาจากโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อเป็นตัวคูณ พัฒนาวัด&nbsp; นำความรู้ที่ได้ไปทดลองพัฒนาวัดนำร่อง ซึ่งได้กำหนดขึ้นจำนวน 4 วัด คือ</p> <ul> <li style="text-align: justify;">วัดคลองเตยใน</li> <li style="text-align: justify;">วัดจำปา</li> <li style="text-align: justify;">วัดด่าน</li> <li style="text-align: justify;">วัดสุทธิวราราม</li> </ul> <p style="margin-left: 1cm; text-align: justify;">จากนั้นพอได้ต้นแบบ รูปแบบ แนวร่วม เครือข่าย โดยเฉพาะ สมาชิก ส.ส.ท. ที่เป็นโรงงานจำนวนมาก ที่มีจิตอาสา เห็นประโยชน์ ได้อนุมัติบุคลากร งบประมาณ เวลา ให้พนักงานมาเป็นจิตอาสา พัฒนาวัดนำร่อง อาทิเช่น บริษัท อูซูอิ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด , บริษัท ไทยอีลินี จำกัด, บริษัท ไมโครการปัก จำกัด , บริษัท สยามอุตสาหกรรมและการผลิต จำกัด , บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) , บริษัท เค ไลน์ คอนเทนเนอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ซี.พี.เอฟ. (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นต้น</p> <p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยจุดสำคัญจะเชื่อมระหว่าง ส.ส.ท. และเครือข่ายโครงการพันธมิตรของ สสส.&nbsp; ผ่านพระสงฆ์เป็นแกนนำ และผู้นำ 5ส ที่ได้ผ่านการอบรมเป็นผู้ขับเคลื่อน ให้ชุมชนรอบข้างหรือบุคลากรที่ดูแลวัดเป็นผู้รักษาระบบ สร้างความเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพให้เกิดขึ้นแก่วัดเป็นตัวอย่างเหนี่ยวนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจแก่ชุมชน มวลชน ผู้ที่เกี่ยวข้องและเป็นตัวอย่างแก่ประชาชนที่เข้ามาวัด&nbsp; ให้วัดสร้างความสุขแก่ชุมชน ประชาชนผู้พบเห็น</p> <p style="text-align: justify;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แนวทางปีที่ 2 ส.ส.ท. จะจับคู่วัดกับโรงงาน 100 คู่ พร้อมทั้งผลักดันเข้าสู่องค์กรต่าง ๆ เพื่อให้เป็นนโยบายนำไปปฏิบัติ เช่น วงการสาธารณสุข วงการการศึกษา วงการกองทัพ วงการมหาดไทย ข้าราชการ&nbsp; เป็นต้น</p> <p style="text-align: justify;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แนวทางปีที่ 3 จะขยายผลเป็น 1,000 คู่ เป็น 1,000 โรงงาน 1,000 พื้นที่ &nbsp;เช่น วัด&nbsp; โรงพยาบาล โรงเรียน โรงพัก ตลาด สวนสาธารณะ อบต. เทศบาล อบจ. เป็นต้น&nbsp; โดยการส่งเสริมการประกวด 5ส ภาคประชาชน&nbsp; สร้างกระแสให้เกิดการตื่นตัวทั่วประเทศ สอดรับกับ AEC แนวทางปีที่ 4 และ 5 จะขยายผลไปทั่วประเทศ</p>

บรรณาธิการ 0 0
ปี 0000
พิมพ์ครั้งที่ 1
วันที่เพิ่ม 2014-09-02 14:21:31
ประเภท
  • CSR
  • โครงการ วัดสร้างสุข คนสร้างชาติ พุทธศาสน์สร้างใจ
    ดาวโหลด
    ไม่มีใน Stock